BILSTEIN TECHNOLOGY

ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง และการทดสอบอย่างเข้มข้นในรถทุกรุ่นก่อนนำออกจำหน่าย ทำให้ช็อคอัพ BILSTEIN ทุกตัวได้มาตรฐานสูงสุด มีสมรรถนะที่เหมาะสมกับการขับขี่ รวมทั้งทนทานต่อการใช้งานเหนือกว่าช็อคอัพแบรนด์อื่นๆ ในท้องตลาด การันตีด้วยรางวัล Best Brand & Best Quality หลายปีติดต่อกัน

 

การออกแบบและการคำนวณอย่างรอบคอบ การเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูง การผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยสูงสุด รวมถึง ระบบกันสะเทือนแบบแก๊สที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ BILSTEIN ทำให้เราเหนือกว่าคู่แข่งในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องคุณภาพและสมรรถนะ ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย และบุคลากรทักษะระดับมืออาชีพ ความประณีตใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต และตรวจสอบอย่างละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่า สินค้า BILSTEIN ทุกตัวในตลาดจะเป็นสินค้าที่ดีที่สุด

 

การผลิตที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะ ได้แก่ “การรีดเหล็กก้อนจนเป็นกระบอกช็อคอัพ ทำให้ BILSTEIN เป็นช็อคอัพยี่ห้อเดียวในโลกที่ไร้รอยต่อ (Mono-Tube) ต่างจากช็อคอัพยี่ห้ออื่น ที่เอาเหล็กทรงกระบอกมาเชื่อมปิดด้านท้าย และซ้อนกระบอกเป็น 2 ชั้น เพื่อความปลอดภัย (Twin-Tube)”

นั่นเป็นเหตุผลสำคัญ “ที่ทำให้ช็อคอัพ BILSTEIN มีลูกสูบที่ใหญ่กว่า ช่วยให้การควบคุมแรงดัน และการไหลเวียนของของเหลวภายในได้ดีและแม่นยำกว่า อีกทั้งช็อคกระบอกเดี่ยว Mono-Tube ยังระบายความร้อนได้ดีกว่าช็อคอัพกระบอกสองชั้น (Twin-Tube) ที่มักจะมีความร้อนสะสมอยู่ภายใน ซึ่งผลที่ตามมาคือเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น น้ำมันในช็อคอัพจะยิ่งเหลว คุณสมบัติด้านความหนืด (Viscosity) เปลี่ยนไป ทำให้ความหนืดลดลง แรงดันภายในของช็อคอัพก็จะลดลงตามไป ผลลัพธ์สุดท้ายคือ ประสิทธิภาพในการทำงานของช็อคอัพลดลง และความแม่นยำในการบังคับควบคุมรถยนต์ลดลงตามลำดับ”

ด้วยระบบห้องแก๊สที่ควบคุมแรงดันคู่กับห้องน้ำมันจะควบคุมให้น้ำมัน ภายในกระบอกช็อคอัพไม่เกิดฟองอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงดันภายในไม่คงที่ ทำให้แม้ในสภาวะใช้งานหนัก หรือ ย่านความเร็วสูง รถจะไม่เสียสมดุล และสามารถควบคุมได้เป็นไปอย่างเสถียรในทุกรูปแบบการขับขี่

 

หลังจากขั้นตอนการผลิตที่ละเอียดอ่อน ช็อคอัพทุกเบอร์ของ BILSTEIN จะต้องได้รับการทดสอบบนเครื่องมือ DYNO เหมือนกับช็อคอัพยี่ห้ออื่นๆ แต่เราต่างกว่าตรงที่ เราทดสอบช็อคอัพทุกเบอร์ในรถจริงก่อนนำออกขาย ตัวอย่าง เช่นการทดสอบบนสนามทดสอบ Mercedes Benz ในเมือง Papenburg เพื่อทดสอบการตอบสนองในรูปแบบการใช้งานจริงนานถึง 5 วันเต็ม

ที่พิเศษไปกว่านั้น ช็อคอัพรุ่นพิเศษ อย่าง รุ่น ‘B12’ ถึง ‘B16’ จะได้รับการทดสอบเพิ่มเติมในสนามแข่งระดับโลก Nürburgring-Nordschleife ที่เป็นสนามแข่งรถชั้นนำของประเทศเยอรมนี โดย Mr. Walter Röhrl นักแข่งรถระดับตำนาน และอดีตแชมป์โลก WRC เป็นผู้ขับทดสอบด้วยตนเอง

อีกทั้ง BILSTEIN ยังมี work shop ตั้งอยู่ที่สนามแข่งแห่งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการพัฒนา และการบริการลูกค้าอีกด้วย หากคุณเห็นสัญลักษณ์ BILSTEIN คุณจะเชื่อมั่นในคุณภาพ และสมรรถนะที่ทดสอบจากสนามแข่ง โดยนักแข่งรถมืออาชีพ เพื่อตอบสนองการขับขี่ที่เหนือกว่าของคุณ